วันพุธที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ทำไมชนชาติยิงถึงฉลาดที่สุดในโลก ?

                                                ชนชาติที่ฉลาดที่สุดในโลกเป็นการขนานนามชนชาติยิว  ซึ่งเป็นชนชาติที่อาศัยอยู่หนาแน่นในประเทศอิสราเอลและยังมีกระจายอยู่ทั่วไปในโลก  พวกเขาได้ถูกขนานนามจากบุคคลทั่วโลก ถูกนำเรื่องไปตีแผ่ ในหน้าหนังสือและในโลกอินเทอร์เน็ต   ว่าเป็นชนชาติที่ฉลาดที่สุดในโลกโดยมีหลักฐานจากบุคคลสำคัญระดับโลกที่เป็นชาวยิวที่มีอยู่มากมายและทรงอิทธิพล  ชนชาตินี้มีทักษะที่จะทำให้ได้รับการขนานนามว่าเป็นชนชาติที่ฉลาดที่สุดในโลกได้อย่างไร ดำรงชีวิตและมีความเป็นอยู่อย่างไร  ยังมีคนต้องการค้นหาคำตอบอยู่เสมอว่า ชนชาติที่เปรียบกับสมองของโลกได้รับการขนานนามเช่นนี้ได้อย่างไร


หลักการและเหตุผลที่ชนชาติยิวฉลาดที่สุดในโลก
               ชนชาติยิวถึงแม้จะเป็นชนกลุ่มน้อย แต่ก็ประสบความสำเร็จอย่างใหญ่หลวงและทรงอิทธิพลแทบทุกวงการของโลก  พวกเขาประสบความสำเร็จสูงสุดในชีวิตและมีความฉลาดเป็นเลิศจนถือได้ว่าเป็นชนชาติที่ฉลาดที่สุดในโลก
            
                  ชนชาติยิวเป็นชนชาติกลุ่มน้อย และต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดจากความอยุติธรรมกี่ครั้งในสิ่งที่ต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์พวกเขาโดนทั้งสังหารหมู่  โดนขับไล่ออกจากประเทศใดประเทศหนึ่งและถูกบังคับให้เร่ร่อนไปทั่วโลกเพื่อหาที่อยู่ใหม่ แต่พอตั้งหลักได้ก็ไล่ออกไปอีก เรื่องทั้งหมดที่ถูกเขาต้องเจอแต่พวกเขาก็ยังสามารถเติบโตมาจนถึงปัจจุบันเพราะพวกเขาจะตั้งคำถามและไม่เชื่ออะไรโดยไม่คิด   ชนชาติยิวมีค่านิยมสูงส่งมากต่อการเรียน ถึงแม้ว่าชีวิตจะยากจน   แม้กระทั่งจะซื้อเนื้อดีๆ สักชิ้นมารับประทานก็ไม่ได้  แต่พวกเขาไม่เคยขาดแคลนหนังสือ ถ้ามีเด็กชนชาติยิวคนใดคนหนึ่งไม่มีค่ารถเมล์ไปโรงเรียน เพื่อนๆของเขาก็จะหาหนทางให้

เพื่อนของเขาไปโรงเรียนจนได้ นั้นถือเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้พวกเขาฉลาดและประสบความสำเร็จมากที่สุดและสูงสุดในชีวิต
                     อีกเหตุผลที่ทำให้ชาวยิวประสบความสำเร็จมากที่สุดและสูงสุดในชีวิตวิธีเอาตัวรอดทุกๆสถานการณ์ได้เพราะพวกเขาต้องเร่ร่อนไปทั่วและมีคุณภาพชีวิตที่ไม่ค่อยดี  มีฐานะยากจนและมีเรื่องที่น่าแปลกคือพวกเขามักจะมีวิธีการคิดที่แปลกใหม่ อย่างเช่น พวกเขาจะพัฒนาเทคนิคความทรงจำอยู่เสมอ พวกเขาจะฝึกพูดคำศัพท์โดยนำคำภาษาอื่นมาแทนที่คำในภาษาตนให้เป็นปกติ  และนำไปใช้จนเป็นปกติถือว่าเป็นการพัฒนาสมองของเขาจนได้ชื่อว่าเป็นชนชาติที่ฉลาดที่สุดในโลก
                      อีกหลักการที่น่าทึ่งของชนชาติยิวที่เขาได้ชื่อว่าเป็นชนชาติที่ฉลาดที่สุดในโลก และอีกหลักการที่น่าทึ่งของชนชาติยิวที่ฉลาดนั่นก็คือระบบแฟ้มความจำ วิธีการจำรายชื่อ จำชื่อและจำหน้าคน พวกเขาจะใช้วิธีเชื่อมโยงความสัมพันธ์  ทำให้เพียงแค่เขานึกภาพพวกเขาก็จะสามรถปะติดปะต่อเรื่องราวยาวๆ หรือความทรงจำได้ดี นั่นก็ถือเป็นสิ่งที่น่าทึ่งสำหรับชนชาติที่ได้ชื่อว่า มันสมองของโลก


ภูมิปัญญาเพื่อการอยู่รอดของชนชาติยิว
                       คนบนโลกประมาณ  2,700  ล้านคนบนโลก แต่มีแค่เพียงประมาณ 0.25 เปอร์เซ็นต์ของคนบนโลกเท่านั้นคือจำนวนทั้งหมดของชาวยิวที่มีอยู่บนโลก และมีเหตุการณ์ที่ประชากรโลกจะไม่มีวันนั่น คือการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของชาวยิว เหตุการณ์ครั้งนั้นสะเทือนใจและเป็นที่น่าหวาดกลัวของชาวยิวมาเสมอ แต่พวกเขาก็สามารถที่จะมีชีวิตรอดและดำรงชีวิตมาจนถึงปัจจุบัน
                         ภูมิปัญญาเพื่อความอยู่รอดของชนชาติยิว  คือหลักการการมีความคิดที่เปิดกว้างอย่างยิ่งและความสามารถที่จะปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เป็นเพราะพวกเขาต้องตื่นตัวและเอาใจใส่ต่อสภาพแวดล้อมที่หลากหลายเป็นประจำ
                        หลักการเพื่อความอยู่รอดของชาวยิวอีกอย่างก็คือ อย่ารู้สึกว่าสะดวกสบาย เดินทางอยู่เสมอทั้งทางกายและจิตใจ เพื่อพบดินแดนอื่นๆ หรือหลักการแห่งคาวามไม่สะดวกสบาย  เพราะชนชาติยิวได้เรียนรู้จากประสบการณ์อันขื่นขมในอดีต จนส่งผลให้พวกเขามีความคิดแบบนี้มาจนถึงปัจจุบัน พวกเขาจึงสามารถใช้หลักการนี้เพื่อความเอาตัวรอดอยู่ได้ ชนชาติยิวต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอด  เพราะทั้งชีวิตพวกเขามีฐานะที่ยากจน และมีการดำรงชีวิตที่ลำบากมาตลอด พวกเขาคิดว่ามันจะเป็นผลดีต่อการพัฒนาเพื่อคาวมอยู่รอดของพวกเขาจนประสบความสำเร็จและเป็นชนชาติที่ฉลาดที่สุดในโลก มาจนถึงปัจจุบัน การที่พวกเขาเจอกับเหตุร้ายในอดีต ในอีกแง่หนึ่งนั้นคือพวกเขาได้ปรับตัวเพื่อความอยู่รอดและดิ้นรนเพื่อให้พ้นจากความยากลำบากทำให้ชนชาติของพวกเขายืนหยัดและดำรงมาจนถึงปัจจุบัน


บุคคลสำคัญระดับโลกที่เป็นชนชาติยิว
                      ถ้าหากเราดูรายชื่อรายชื่อชาวยิวในอันดับต้นๆ ของรายชื่อบุคคลเกือบทุกสาขา และชื่อนั้นก็เป็นชื่อที่มีผลกระทบต่อมนุษยชาติทั้งหมดและมีความสำคัญระดับโลก ถึงแม้ว่าประชากรของชนชาติยิวจะเป็นแค่เศษเสี้ยวหนึ่งของประชากรโลก   พวกเขาเจอเรื่องร้ายๆมาเป็นเวลายาวนาน แต่พวกเขามีอาวุธอย่างเดียวคือการใช้เหตุผลกับพวกที่เกลียดพวกเขา  ทำให้พวกเขาประสบความสำเร็จและกลายเป็นชื่อที่มีการตราไว้ว่าเป็นบุคคลสำคัญระดับโลกในแทบทุกวงการ สาขาอาชีพ
                           ในโลกนี้มีชนชาติยิวที่ประสบความสำเร็จและมีชื่อเสียงมากมายในโลก อาทิเช่น เครือข่ายโทรทัศน์หลักสามเครือข่ายคือ  ABC, NBC, CBS       ก็ดำเนินงานโดยชาวยิว หรืจะเป็นหนังสือพิมพ์เช่น ไทม์, นิวสวีก, วอชิงตันโพสต์ ,  นิวยอร์กไทม์ , วอลสตรีต เจอร์นัล มีชาวยิวเป็นเจ้าของบรรณาธิการและคนเขียนคอลัมน์ในปี 1952  นักศึกษามหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด 24 เปอร์เซ็นต์ เป็นชาวยิวที่พรินตันซ์ 20 เปอร์เซ็นต์ และที่คอร์เนลล์มี  23 เปอร์เซ็นต์ ทั้งๆที่มีชาวยิวจำนวนน้อยกว่า 3 เปอร์เซ็นต์ของประชากรโลก อีก 20 เปอร์เซ็นต์ของศาสตราจารย์ในมหาวิทยาลัยชั้นนำในอเมริกาเป็นชาวยิว และส่วนบุคคลสำคัญของโลกเมื่อกล่าวถึงแล้วรู้จักทันทีนั้นก็คือ  อย่างเช่น โมเสส, อัลเบริ์ต ไอน์สไตน์ นักวิทยาศาสตร์ชื่อก้องโลกผู้นี้ก็เป็นชาวยิวและแม้แต่พระเยซูก็เป็นชาวยิว ส่วนรายชื่อที่มีชื่อเสียงมีอิทธิพลในด้านต่างๆ เช่น ด้านวรรณกรรม  มีผู้ประพันธ์เป็นชาวยิวอยู่มากมาย อาทิ อักนอล, ชาลอม ชไลเดม , อิสอัค บาเชวิส ซิงเกอร์ , ฟรานซ์ คาฟกา ไอแซก โยเซฟ เฮลเลอร์ ฟิลิป รอท, แฮร์มัน โวก , ฮาโรลด์  ร็อบบิน  พวกเขาล้วนเป็นชาวยิวทั้งสิ้น
                            ด้านวงการธุรกิจ ก็มีมากมายอย่างตระกูลรอทส์ไชด์และเจอร์รี กรีนฟิลล์ แห่งเบนแอนด์เจอร์รีไอศกรีม , ไรมัน, บรอนฟ์มัน เป็นต้น แม้กระทั่ง อลัน กรีนสแปน ผู้ว่าการธนาคารกลางของสหรัฐอเมริกา ครองตำแหน่งสำคัญทางการเงิน การธนาคารของสหรัฐอเมริกาตั้งแต่สมัยเรแกนเป็นประธานาธิบดีและครองตำแหน่งมายาวนานจนถึงบุชผู้เป็นลูกก็เป็นคนยิว ส่วนด้านการเมืองก็มี ดิสราเอลี  นายกรัฐมนตรีออสเตรีย    บรูไน ไครสกี นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศส  ปิแยร์  มองเดส์-ฟรองซ์  นายกรัฐมนตรีเวย์ กรูว์  บอนแดนวาลด์ก็เป็นชนชาติยิว


หลักการคิดอย่างสร้างสรรค์และจูงใจแบบชาวยิว
                       ภูมิปัญญาของมนุษย์เป็นแสงสว่างแห่งพระเจ้า ที่แทรกไปถึงเบื้องลึกที่สุดแห่งสรรพสิ่งนี้คือสุภาษิตของอาหรับที่ชาวยิวยึดเป็นแรงจูงใจ และอีกคำพูดที่ชาวยิวยึดถือเป็นแบบอย่างและแรงบันดาลใจ นั่นก็คือคำพูดของแร็บไบโมเสส อีเบ็น เอซรา เขียนไว้ว่า  ถ้าท่ายชนไม่ยอมทนความยากลำบากในการเรียน ท่านจะต้องทนความทุกข์ยากจากความโง่เขลา  นั่นก็คือแรงจูงใจของชนชาติยิวและถือเป็นหลักการคิดอย่างสร้างสรรค์อีกอย่างหนึ่งของชาวยิวก็ว่าได้
                        หลักการคิดอย่างสร้างสรรค์และแรงจูงใจแบบชาวยิว ในด้านหลักการคิดอย่างสร้างสรรค์คือชาวยิวเน้นการใช้ความคิดและทำงานในอาชีพที่ไม่นั่งประจำอยู่กับโต๊ะ จะเน้นใช้ความคิด เช่น การแพทย์    การค้า  กฎหมายและอื่นๆ  นั่นก็เป็นสาเหตุที่ทำให้นักกีฬาชาวยิวดังๆในโลกเพียงไม่กี่คน  การพัฒนาความคิดมีความสำคัญกว่าการพัฒนาร่างกายและยังมีการศึกษาวิจัยหลายครั้งพิสูจน์ว่าการใช้ความคิด ซึ่งหมายถึงการคิดมากๆช่วยพัฒนาภูมิปัญญา นี่เป็นกระบวนการของวงจรการกระตุ้นตนเอง ซึ่งยิ่งคุณคิดมากและใช้สมองมาก มันก็ยิ่งพัฒนามากขึ้น ถ้าทำอะไรแบบกลไก อย่างเช่นเก็บมะเขือเทศ หรืองานอื่นๆ ที่ต้องใช้ความคิด  เทคนิคนี้ได้รับการยอมรับในเวลาต่อมาจากศาสตราจารย์  นักการศึกษาและแม้กระทั่งในวงการอื่นๆ นั่นคือการพิจารณาอย่ารอบคอบ หลักการคิดอย่างสร้างสรรค์ของชาวยิว อีกอย่างก็คือชาวยิวเรียนรู้โดยวิธีถามตอบ ค้นคว้าวิจัย ถกเถียงและตรวจสอบสิ่งต่างๆ ทั้งด้านกว้างและด้านลึก วิธีการเช่นนี้เป็นสิ่งล้ำค่า เป็นประโยชน์มากต่อภูมิปัญญาและความสามารถของชาวยิวในการหาข้อสรุปที่แม่นยำที่สุด ของคำถามหรือสงสัยนั้น
                        นอกจากนี้ ยังช่วยเพิ่มความมั่นใจในตนเองและความสามารถในการดำเนินธุรกิจให้ประสบผลสำเร็จและการคิดแบบจูงใจของยิว คือการตั้งคำถามค้นค้นคว้าและเรียนรู้เกี่ยวกับประเด็นปัญหาที่เผชิญอยู่ในขณะนั้น แล้วจะสามารถเปลี่ยนสถานการณ์ตึงเครียดซึ่งเต็มไปด้วยสิ่งที่ไม่รู้ให้เป็นสิ่งที่คุ้นเคยซึ่งเรารู้สึกเหมือนกับว่าควบคุมได้ดีขึ้น และดิฉันคิดว่านี้เป็นหลักการจูงใจเพื่อความอยู่รอดในสังคมของพวกเขาที่ทำให้ชาวยิวเจริญเติบโตและประสบความสำเร็จมาจนถึงปัจจุบัน


วิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของชนชาติยิว
                      ชนชาติยิวจะอาศัยโดยมากในอิสราเอลและนับถือศาสนายูดาห์เป็นจำนวนมาก  การที่พวกเขาได้ชื่อว่าเป็นชนชาติที่ฉลาดที่สุดในโลกนั้น  ชีวิตของพวกเขาไม่ได้สะดวกสบายและราบรื่น พวกเขามีอุปสรรคในการดำเนินชีวิตอย่างมาก การดำเนินชีวิตและความเป็นมาและความเป็นอยู่ที่ลำบาก ยากเข็ญเป็นอย่างมาก พวกเขาต้องตกเป็นทาสทางความคิดของข้อจำกัดทางเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก ทำให้พวกเขาต้องปรับตัวและเผชิญหน้าและปรับสภาพเพื่อที่จะเผชิญหน้าให้ได้
                     ชาวยิวยังเดิอดร้อนกับข้อจำกัดทางเศรษฐกิจมากมายหลายอย่าง  ในการประประกอบอาชีพพวกเขาถูกจำกัดให้ทำแต่อาชีพที่ถือว่าสกปรกหรือน่าสงสัยว่าจะไม่ซื่อตรง เป็ฯต้นว่าการออกเงินกู้โดยคิดดอกเบี้ย  การค้าขายหรือธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ หรืไม่ก็จำกัดอยู่ในอาชีพบริการ เช่น การแพทย์  กฎหมาย หรือให้คำปรึกษา ดังนั้นชาวยิวจึงหลั่งไหลเข้าสู่เมือง ในตอนต้นศตวรรษที่ 20 ประมาณ 75 เปอร์เซ็นต์ถึง 94 เปอร์เซ็นต์ของชาวยิวทั่วทั้งโลก การเปลี่ยนชาวยิวเป็นคนเมือง  เป็นการวางพื้นฐานสำหรับความสำเร็จในอนาคต พวกเขามีวิถีชีวิตที่ต้องใช้ความพยายามมากกว่าซึ่งทำให้ชาวยิวต้องเข้าใจสถานภาพโดยเปรียบเทียบและความแข็งแรงของตน ในขณะเดียวกันสำหรับชาวยิวแล้ว ความสามารถในการคิดและตอบโต้ได้รวดเร็วยิ่งกว่าชนชาติอื่นเป็นสิ่งจำเป็นเพราะพวกเขาเป็นชนกลุ่มน้อย  แต่ชนกลุ่มน้อยไม่ว่าจะเป็นใครมีข้อได้เปรียบเหนือประชากรท้องถิ่นที่เห็นได้ชัดอย่างหนึ่งก็คือ  การขาดความสะดวกสบาย  ความรู้สึกถึงความไม่เที่ยงแท้ จิตสำนึกว่าพวกเขาเป็นเจริญรุ่งเรือง ต้องต่อสู้เพื่อไขว่คว้าและปกป้องคุณภาพชีวิตของพวกตนภาวะการดำรงชีวิตที่ลำบากภายในสภาพแวดล้อมที่เป็นผลดีต่อการพัฒนาภูมิปัญญาเพื่อความอยู่รอด พวกเขาจะพยายามพัฒนากลวิธีที่จะช่วยให้พวกเขาเจริญรุ่งเรืองในยามที่มีโอกาสดี และอยู่รอดภายใต้ความยากลำบากแสนสาหัส เคล็ดลับของพวกเขาที่ซ่อนอยู่ก็คือ การมีความคิดที่เปิดกว้างอย่างยิ่งและสามารถที่จะปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว


เทคโนโลยีที่ถูกคิดค้นโดยชนชาติยิว
                    ชาวยิวเมื่อพูดถึงชื่อนี้ทุกคนจะคิดว่าเป็นศูนย์กลางการเจริญเติบโตในทุกๆด้าน เปรียบพวกเขาเหมือนมันสมองของโลก และถือว่าเป็นแหล่งกำเนิดหลายสิ่งหลายอย่าง รวมไปทั้งด้านเทคโนโลยีอยู่เสมอ แต่อีกด้านคือ การศึกษา พวกเขามีการเรียนที่อยู่ในระดับดีมากพวกเขามีการเรียนรู้ดีมาก จึงมีการเขียนหนังสือพิมพ์ออกมาเยอะมาก
                      พวกเขาผลิตซอฟแวร์ต้านไวรัสคอมพิวเตอร์ตัวแรก  พวกเขาเป็นชาติแรกที่พัฒนากล้องถ่ายรูปที่มีในโทรศัพท์ เป็น  1 ใน 8 ชาติของโลกที่ยิงจรวดดาวเทียมได้ อีกทั้งพวกเขายังเป็นชาติแรกที่ผลิตโทรศัพท์มือถือสำเร็จ  โปรแกรม  ICQ  ก็ถูกผลิตโดยวัยรุ่นชาวยิว 4 คน  มีหนังสือใหม่ๆ ตีพิมพ์มากเป็นอันดันสองของโลก   มีอาวุธที่ทันสมัยที่สุดในโลก  มีนักบินรบมากที่สุดในโลก แล้วส่งไปช่วยรบแล้วในหลายประเทศ  และเป็ฯชาติเดียวที่ประดิษฐ์คิดค้นสื่อใหม่ๆ  นี้เป็ฯเพียงส่วนหนึ่งในผลงานของชาวยิว  อย่างไรก็ตามพวกเขายังคงฝากผลงานอีกมากมายไว้บนโลก


                           ชนชาติยิว  ชนชาติที่ได้รับการขนานนามว่า เป็นชนชาติที่ฉลาดที่สุดในโลก  พวกเขามีหลักการและวิถีการดำรงชีวิตที่น่ายกย่อง  มีฐานะความเป็นอยู่ที่ยากจน  แต่ให้ความสำคัญกับการเรียน  มีทักษะความคิดที่เป็นเลิศ  เชื่อในการปฏิบัติให้เกิดขึ้นจริงมากกว่าคำพูด  แต่ให้ความสำคัญกับการเรียน  มีทักษะการใช้ชีวิตให้อยู่รอดในสังคมที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา   ถือว่าเป็นสิ่งที่น่ายกย่อง  ยึดถือและนำมาปฏิบัติตาม  แต่จะมีข้อดี หรือสิ่งดีเพียงอย่างเดียวไม่ได้  ยังมีชนชาติยิว บางกลุ่มที่ใช้ความคิดในทางที่ผิด  ซึ่งในส่วนนั้นก็ไม่ควรนำมาปฏิบัติตามหรือนำมายึดถือ อย่างไรก็ตามความฉลาดของพวกเขาก็ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชากรโลกไว้อย่างมากมายทั้งด้านวงการวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี    ทำให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ และความเจริญก้าวหน้ามากขึ้น                                                  อ้างอิง
ฝ่ายวิชาการ พีบีซี.ทวีปเอเชีย.กรุงเทพ : บริษัท สำนักพิมพ์ พีบีซี จำกัดEran  Katz.2553.สู่ความเป็นอัจฉริยะด้วยการพัฒนาสมอง.พิมพ์ครั้งที่ 12.กรุงเทพ: กรุงเทพ อินสปายร์ไอรีน  เป. คัมภีร์การค้าของชาวยิว.กรุงเทพ : สำนักพิมพ์ดวงกมลพับลิชชิ่งณัฐพล  สวนจรูญ.2550.ประเพณีของชาวยิวในอิสราเอล (ออนไลน์).สืบค้นจาก : www.samefa.mfa.go .th
            [5 พฤศจิกายน2556]
Jewsheaen.2549.ประวัติชาวยิว.(ออนไลน์) สืบค้นจาก : www.sites.google .com [6  พฤศจิกายน 2556]
Jewsheaen.2549.ยิวฉลาดที่สุดในโลก.(ออนไลน์).สืบค้นจาก : www.sites.google.com [6  พฤศจิกายน 2556]                                                                                                                                                                                                                                                 น.ส.จิราภรณ์  จิตรา เลขที่ 25

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น