หลักการและเหตุผลที่ชนชาติยิวฉลาดที่สุดในโลก
ชนชาติยิวถึงแม้จะเป็นชนกลุ่มน้อย
แต่ก็ประสบความสำเร็จอย่างใหญ่หลวงและทรงอิทธิพลแทบทุกวงการของโลก
พวกเขาประสบความสำเร็จสูงสุดในชีวิตและมีความฉลาดเป็นเลิศจนถือได้ว่าเป็นชนชาติที่ฉลาดที่สุดในโลก
ชนชาติยิวเป็นชนชาติกลุ่มน้อย
และต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดจากความอยุติธรรมกี่ครั้งในสิ่งที่ต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์พวกเขาโดนทั้งสังหารหมู่
โดนขับไล่ออกจากประเทศใดประเทศหนึ่งและถูกบังคับให้เร่ร่อนไปทั่วโลกเพื่อหาที่อยู่ใหม่
แต่พอตั้งหลักได้ก็ไล่ออกไปอีก
เรื่องทั้งหมดที่ถูกเขาต้องเจอแต่พวกเขาก็ยังสามารถเติบโตมาจนถึงปัจจุบันเพราะพวกเขาจะตั้งคำถามและไม่เชื่ออะไรโดยไม่คิด ชนชาติยิวมีค่านิยมสูงส่งมากต่อการเรียน
ถึงแม้ว่าชีวิตจะยากจน
แม้กระทั่งจะซื้อเนื้อดีๆ สักชิ้นมารับประทานก็ไม่ได้ แต่พวกเขาไม่เคยขาดแคลนหนังสือ
ถ้ามีเด็กชนชาติยิวคนใดคนหนึ่งไม่มีค่ารถเมล์ไปโรงเรียน
เพื่อนๆของเขาก็จะหาหนทางให้
เพื่อนของเขาไปโรงเรียนจนได้ นั้นถือเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้พวกเขาฉลาดและประสบความสำเร็จมากที่สุดและสูงสุดในชีวิต
อีกเหตุผลที่ทำให้ชาวยิวประสบความสำเร็จมากที่สุดและสูงสุดในชีวิตวิธีเอาตัวรอดทุกๆสถานการณ์ได้เพราะพวกเขาต้องเร่ร่อนไปทั่วและมีคุณภาพชีวิตที่ไม่ค่อยดี มีฐานะยากจนและมีเรื่องที่น่าแปลกคือพวกเขามักจะมีวิธีการคิดที่แปลกใหม่
อย่างเช่น พวกเขาจะพัฒนาเทคนิคความทรงจำอยู่เสมอ
พวกเขาจะฝึกพูดคำศัพท์โดยนำคำภาษาอื่นมาแทนที่คำในภาษาตนให้เป็นปกติ และนำไปใช้จนเป็นปกติถือว่าเป็นการพัฒนาสมองของเขาจนได้ชื่อว่าเป็นชนชาติที่ฉลาดที่สุดในโลก
อีกหลักการที่น่าทึ่งของชนชาติยิวที่เขาได้ชื่อว่าเป็นชนชาติที่ฉลาดที่สุดในโลก
และอีกหลักการที่น่าทึ่งของชนชาติยิวที่ฉลาดนั่นก็คือระบบแฟ้มความจำ
วิธีการจำรายชื่อ จำชื่อและจำหน้าคน พวกเขาจะใช้วิธีเชื่อมโยงความสัมพันธ์ ทำให้เพียงแค่เขานึกภาพพวกเขาก็จะสามรถปะติดปะต่อเรื่องราวยาวๆ
หรือความทรงจำได้ดี นั่นก็ถือเป็นสิ่งที่น่าทึ่งสำหรับชนชาติที่ได้ชื่อว่า
มันสมองของโลก
ภูมิปัญญาเพื่อการอยู่รอดของชนชาติยิว
คนบนโลกประมาณ 2,700 ล้านคนบนโลก แต่มีแค่เพียงประมาณ
0.25 เปอร์เซ็นต์ของคนบนโลกเท่านั้นคือจำนวนทั้งหมดของชาวยิวที่มีอยู่บนโลก
และมีเหตุการณ์ที่ประชากรโลกจะไม่มีวันนั่น คือการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของชาวยิว
เหตุการณ์ครั้งนั้นสะเทือนใจและเป็นที่น่าหวาดกลัวของชาวยิวมาเสมอ แต่พวกเขาก็สามารถที่จะมีชีวิตรอดและดำรงชีวิตมาจนถึงปัจจุบัน
ภูมิปัญญาเพื่อความอยู่รอดของชนชาติยิว
คือหลักการการมีความคิดที่เปิดกว้างอย่างยิ่งและความสามารถที่จะปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
เป็นเพราะพวกเขาต้องตื่นตัวและเอาใจใส่ต่อสภาพแวดล้อมที่หลากหลายเป็นประจำ
หลักการเพื่อความอยู่รอดของชาวยิวอีกอย่างก็คือ อย่ารู้สึกว่าสะดวกสบาย
เดินทางอยู่เสมอทั้งทางกายและจิตใจ เพื่อพบดินแดนอื่นๆ
หรือหลักการแห่งคาวามไม่สะดวกสบาย
เพราะชนชาติยิวได้เรียนรู้จากประสบการณ์อันขื่นขมในอดีต
จนส่งผลให้พวกเขามีความคิดแบบนี้มาจนถึงปัจจุบัน
พวกเขาจึงสามารถใช้หลักการนี้เพื่อความเอาตัวรอดอยู่ได้
ชนชาติยิวต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอด
เพราะทั้งชีวิตพวกเขามีฐานะที่ยากจน และมีการดำรงชีวิตที่ลำบากมาตลอด
พวกเขาคิดว่ามันจะเป็นผลดีต่อการพัฒนาเพื่อคาวมอยู่รอดของพวกเขาจนประสบความสำเร็จและเป็นชนชาติที่ฉลาดที่สุดในโลก
มาจนถึงปัจจุบัน การที่พวกเขาเจอกับเหตุร้ายในอดีต
ในอีกแง่หนึ่งนั้นคือพวกเขาได้ปรับตัวเพื่อความอยู่รอดและดิ้นรนเพื่อให้พ้นจากความยากลำบากทำให้ชนชาติของพวกเขายืนหยัดและดำรงมาจนถึงปัจจุบัน
บุคคลสำคัญระดับโลกที่เป็นชนชาติยิว
ถ้าหากเราดูรายชื่อรายชื่อชาวยิวในอันดับต้นๆ ของรายชื่อบุคคลเกือบทุกสาขา
และชื่อนั้นก็เป็นชื่อที่มีผลกระทบต่อมนุษยชาติทั้งหมดและมีความสำคัญระดับโลก
ถึงแม้ว่าประชากรของชนชาติยิวจะเป็นแค่เศษเสี้ยวหนึ่งของประชากรโลก พวกเขาเจอเรื่องร้ายๆมาเป็นเวลายาวนาน
แต่พวกเขามีอาวุธอย่างเดียวคือการใช้เหตุผลกับพวกที่เกลียดพวกเขา
ทำให้พวกเขาประสบความสำเร็จและกลายเป็นชื่อที่มีการตราไว้ว่าเป็นบุคคลสำคัญระดับโลกในแทบทุกวงการ
สาขาอาชีพ
ในโลกนี้มีชนชาติยิวที่ประสบความสำเร็จและมีชื่อเสียงมากมายในโลก
อาทิเช่น เครือข่ายโทรทัศน์หลักสามเครือข่ายคือ
ABC, NBC, CBS ก็ดำเนินงานโดยชาวยิว หรืจะเป็นหนังสือพิมพ์เช่น ไทม์, นิวสวีก, วอชิงตันโพสต์ , นิวยอร์กไทม์ , วอลสตรีต
เจอร์นัล มีชาวยิวเป็นเจ้าของบรรณาธิการและคนเขียนคอลัมน์ในปี 1952 นักศึกษามหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด 24
เปอร์เซ็นต์ เป็นชาวยิวที่พรินตันซ์ 20 เปอร์เซ็นต์
และที่คอร์เนลล์มี 23 เปอร์เซ็นต์ ทั้งๆที่มีชาวยิวจำนวนน้อยกว่า 3 เปอร์เซ็นต์ของประชากรโลก
อีก 20 เปอร์เซ็นต์ของศาสตราจารย์ในมหาวิทยาลัยชั้นนำในอเมริกาเป็นชาวยิว
และส่วนบุคคลสำคัญของโลกเมื่อกล่าวถึงแล้วรู้จักทันทีนั้นก็คือ อย่างเช่น โมเสส, อัลเบริ์ต
ไอน์สไตน์
นักวิทยาศาสตร์ชื่อก้องโลกผู้นี้ก็เป็นชาวยิวและแม้แต่พระเยซูก็เป็นชาวยิว
ส่วนรายชื่อที่มีชื่อเสียงมีอิทธิพลในด้านต่างๆ เช่น ด้านวรรณกรรม มีผู้ประพันธ์เป็นชาวยิวอยู่มากมาย อาทิ อักนอล,
ชาลอม ชไลเดม , อิสอัค บาเชวิส ซิงเกอร์ ,
ฟรานซ์ คาฟกา , ไอแซก โยเซฟ เฮลเลอร์ ฟิลิป รอท, แฮร์มัน โวก ,
ฮาโรลด์ ร็อบบิน พวกเขาล้วนเป็นชาวยิวทั้งสิ้น
ด้านวงการธุรกิจ
ก็มีมากมายอย่างตระกูลรอทส์ไชด์และเจอร์รี กรีนฟิลล์ แห่งเบนแอนด์เจอร์รีไอศกรีม , ไรมัน, บรอนฟ์มัน เป็นต้น
แม้กระทั่ง อลัน กรีนสแปน ผู้ว่าการธนาคารกลางของสหรัฐอเมริกา
ครองตำแหน่งสำคัญทางการเงิน การธนาคารของสหรัฐอเมริกาตั้งแต่สมัยเรแกนเป็นประธานาธิบดีและครองตำแหน่งมายาวนานจนถึงบุชผู้เป็นลูกก็เป็นคนยิว
ส่วนด้านการเมืองก็มี ดิสราเอลี นายกรัฐมนตรีออสเตรีย บรูไน ไครสกี นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศส ปิแยร์
มองเดส์-ฟรองซ์
นายกรัฐมนตรีเวย์ กรูว์
บอนแดนวาลด์ก็เป็นชนชาติยิว
หลักการคิดอย่างสร้างสรรค์และจูงใจแบบชาวยิว
ภูมิปัญญาของมนุษย์เป็นแสงสว่างแห่งพระเจ้า
ที่แทรกไปถึงเบื้องลึกที่สุดแห่งสรรพสิ่งนี้คือสุภาษิตของอาหรับที่ชาวยิวยึดเป็นแรงจูงใจ
และอีกคำพูดที่ชาวยิวยึดถือเป็นแบบอย่างและแรงบันดาลใจ นั่นก็คือคำพูดของแร็บไบโมเสส
อีเบ็น เอซรา เขียนไว้ว่า
ถ้าท่ายชนไม่ยอมทนความยากลำบากในการเรียน
ท่านจะต้องทนความทุกข์ยากจากความโง่เขลา
นั่นก็คือแรงจูงใจของชนชาติยิวและถือเป็นหลักการคิดอย่างสร้างสรรค์อีกอย่างหนึ่งของชาวยิวก็ว่าได้
หลักการคิดอย่างสร้างสรรค์และแรงจูงใจแบบชาวยิว
ในด้านหลักการคิดอย่างสร้างสรรค์คือชาวยิวเน้นการใช้ความคิดและทำงานในอาชีพที่ไม่นั่งประจำอยู่กับโต๊ะ
จะเน้นใช้ความคิด เช่น การแพทย์
การค้า กฎหมายและอื่นๆ
นั่นก็เป็นสาเหตุที่ทำให้นักกีฬาชาวยิวดังๆในโลกเพียงไม่กี่คน
การพัฒนาความคิดมีความสำคัญกว่าการพัฒนาร่างกายและยังมีการศึกษาวิจัยหลายครั้งพิสูจน์ว่าการใช้ความคิด
ซึ่งหมายถึงการคิดมากๆช่วยพัฒนาภูมิปัญญา นี่เป็นกระบวนการของวงจรการกระตุ้นตนเอง
ซึ่งยิ่งคุณคิดมากและใช้สมองมาก มันก็ยิ่งพัฒนามากขึ้น ถ้าทำอะไรแบบกลไก อย่างเช่นเก็บมะเขือเทศ
หรืองานอื่นๆ ที่ต้องใช้ความคิด
เทคนิคนี้ได้รับการยอมรับในเวลาต่อมาจากศาสตราจารย์ นักการศึกษาและแม้กระทั่งในวงการอื่นๆ
นั่นคือการพิจารณาอย่ารอบคอบ หลักการคิดอย่างสร้างสรรค์ของชาวยิว
อีกอย่างก็คือชาวยิวเรียนรู้โดยวิธีถามตอบ ค้นคว้าวิจัย
ถกเถียงและตรวจสอบสิ่งต่างๆ ทั้งด้านกว้างและด้านลึก วิธีการเช่นนี้เป็นสิ่งล้ำค่า
เป็นประโยชน์มากต่อภูมิปัญญาและความสามารถของชาวยิวในการหาข้อสรุปที่แม่นยำที่สุด
ของคำถามหรือสงสัยนั้น
นอกจากนี้
ยังช่วยเพิ่มความมั่นใจในตนเองและความสามารถในการดำเนินธุรกิจให้ประสบผลสำเร็จและการคิดแบบจูงใจของยิว
คือการตั้งคำถามค้นค้นคว้าและเรียนรู้เกี่ยวกับประเด็นปัญหาที่เผชิญอยู่ในขณะนั้น
แล้วจะสามารถเปลี่ยนสถานการณ์ตึงเครียดซึ่งเต็มไปด้วยสิ่งที่ไม่รู้ให้เป็นสิ่งที่คุ้นเคยซึ่งเรารู้สึกเหมือนกับว่าควบคุมได้ดีขึ้น
และดิฉันคิดว่านี้เป็นหลักการจูงใจเพื่อความอยู่รอดในสังคมของพวกเขาที่ทำให้ชาวยิวเจริญเติบโตและประสบความสำเร็จมาจนถึงปัจจุบัน
วิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของชนชาติยิว
ชนชาติยิวจะอาศัยโดยมากในอิสราเอลและนับถือศาสนายูดาห์เป็นจำนวนมาก การที่พวกเขาได้ชื่อว่าเป็นชนชาติที่ฉลาดที่สุดในโลกนั้น ชีวิตของพวกเขาไม่ได้สะดวกสบายและราบรื่น
พวกเขามีอุปสรรคในการดำเนินชีวิตอย่างมาก
การดำเนินชีวิตและความเป็นมาและความเป็นอยู่ที่ลำบาก ยากเข็ญเป็นอย่างมาก
พวกเขาต้องตกเป็นทาสทางความคิดของข้อจำกัดทางเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก ทำให้พวกเขาต้องปรับตัวและเผชิญหน้าและปรับสภาพเพื่อที่จะเผชิญหน้าให้ได้
ชาวยิวยังเดิอดร้อนกับข้อจำกัดทางเศรษฐกิจมากมายหลายอย่าง
ในการประประกอบอาชีพพวกเขาถูกจำกัดให้ทำแต่อาชีพที่ถือว่าสกปรกหรือน่าสงสัยว่าจะไม่ซื่อตรง
เป็ฯต้นว่าการออกเงินกู้โดยคิดดอกเบี้ย
การค้าขายหรือธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ หรืไม่ก็จำกัดอยู่ในอาชีพบริการ เช่น
การแพทย์ กฎหมาย หรือให้คำปรึกษา
ดังนั้นชาวยิวจึงหลั่งไหลเข้าสู่เมือง ในตอนต้นศตวรรษที่ 20 ประมาณ 75 เปอร์เซ็นต์ถึง 94
เปอร์เซ็นต์ของชาวยิวทั่วทั้งโลก การเปลี่ยนชาวยิวเป็นคนเมือง เป็นการวางพื้นฐานสำหรับความสำเร็จในอนาคต
พวกเขามีวิถีชีวิตที่ต้องใช้ความพยายามมากกว่าซึ่งทำให้ชาวยิวต้องเข้าใจสถานภาพโดยเปรียบเทียบและความแข็งแรงของตน
ในขณะเดียวกันสำหรับชาวยิวแล้ว
ความสามารถในการคิดและตอบโต้ได้รวดเร็วยิ่งกว่าชนชาติอื่นเป็นสิ่งจำเป็นเพราะพวกเขาเป็นชนกลุ่มน้อย แต่ชนกลุ่มน้อยไม่ว่าจะเป็นใครมีข้อได้เปรียบเหนือประชากรท้องถิ่นที่เห็นได้ชัดอย่างหนึ่งก็คือ การขาดความสะดวกสบาย ความรู้สึกถึงความไม่เที่ยงแท้
จิตสำนึกว่าพวกเขาเป็นเจริญรุ่งเรือง ต้องต่อสู้เพื่อไขว่คว้าและปกป้องคุณภาพชีวิตของพวกตนภาวะการดำรงชีวิตที่ลำบากภายในสภาพแวดล้อมที่เป็นผลดีต่อการพัฒนาภูมิปัญญาเพื่อความอยู่รอด
พวกเขาจะพยายามพัฒนากลวิธีที่จะช่วยให้พวกเขาเจริญรุ่งเรืองในยามที่มีโอกาสดี
และอยู่รอดภายใต้ความยากลำบากแสนสาหัส เคล็ดลับของพวกเขาที่ซ่อนอยู่ก็คือ
การมีความคิดที่เปิดกว้างอย่างยิ่งและสามารถที่จะปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
เทคโนโลยีที่ถูกคิดค้นโดยชนชาติยิว
ชาวยิวเมื่อพูดถึงชื่อนี้ทุกคนจะคิดว่าเป็นศูนย์กลางการเจริญเติบโตในทุกๆด้าน
เปรียบพวกเขาเหมือนมันสมองของโลก และถือว่าเป็นแหล่งกำเนิดหลายสิ่งหลายอย่าง
รวมไปทั้งด้านเทคโนโลยีอยู่เสมอ แต่อีกด้านคือ การศึกษา
พวกเขามีการเรียนที่อยู่ในระดับดีมากพวกเขามีการเรียนรู้ดีมาก
จึงมีการเขียนหนังสือพิมพ์ออกมาเยอะมาก
พวกเขาผลิตซอฟแวร์ต้านไวรัสคอมพิวเตอร์ตัวแรก
พวกเขาเป็นชาติแรกที่พัฒนากล้องถ่ายรูปที่มีในโทรศัพท์ เป็น 1 ใน 8 ชาติของโลกที่ยิงจรวดดาวเทียมได้
อีกทั้งพวกเขายังเป็นชาติแรกที่ผลิตโทรศัพท์มือถือสำเร็จ โปรแกรม
ICQ ก็ถูกผลิตโดยวัยรุ่นชาวยิว
4 คน มีหนังสือใหม่ๆ
ตีพิมพ์มากเป็นอันดันสองของโลก
มีอาวุธที่ทันสมัยที่สุดในโลก
มีนักบินรบมากที่สุดในโลก แล้วส่งไปช่วยรบแล้วในหลายประเทศ
และเป็ฯชาติเดียวที่ประดิษฐ์คิดค้นสื่อใหม่ๆ นี้เป็ฯเพียงส่วนหนึ่งในผลงานของชาวยิว
อย่างไรก็ตามพวกเขายังคงฝากผลงานอีกมากมายไว้บนโลก
ฝ่ายวิชาการ พีบีซี.ทวีปเอเชีย.กรุงเทพ : บริษัท สำนักพิมพ์ พีบีซี จำกัดEran Katz.2553.สู่ความเป็นอัจฉริยะด้วยการพัฒนาสมอง.พิมพ์ครั้งที่ 12.กรุงเทพ: กรุงเทพ อินสปายร์ไอรีน เป. คัมภีร์การค้าของชาวยิว.กรุงเทพ : สำนักพิมพ์ดวงกมลพับลิชชิ่งณัฐพล สวนจรูญ.2550.ประเพณีของชาวยิวในอิสราเอล (ออนไลน์).สืบค้นจาก : www.samefa.mfa.go .th
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น