ในอดีตมนุษย์เรามีความเชื่อในเรื่องต่างๆ ความเชื่อที่เกี่ยวกับไสยศาสตร์ ความเชื่อที่เกี่ยวกับภูมิปัญญาของชาวบ้าน
รวมถึงความเชื่อเรื่องลี้ลับและสิ่งที่เรามองไม่เห็นความเชื่อเหล่านี้อยู่คู่กับมนุษย์เรามาช้านานตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน จนเป็นเสมือนสิ่งลี้ลับที่สืบทอดกันมาช้านาน จากรุ่นสู่รุ่น และความเชื่อก็สามารถทำให้เกิดสิ่งต่างๆมากมาย รวมถึงพิธีกรรมหรือวัฒนธรรมวันสำคัญต่างๆ นอกจากนี้ความเชื่อของมนุษย์ยังเกี่ยวโยงกับศาสนาและวัฒนธรรมของมนุษย์ และความเชื่อที่มนุษย์ปักใจเชื่อมักไม่ใช่ความจริงเสมอไป
http://horoscope.sanook.com/archive/magic/story/latest/all/page/0/
ความเชื่อกับสิ่งลี้ลับเกิดขึ้นพร้อมกันโดยความใช้คิดของมนุษย์เป็นหลัก
เมื่อเราคิดว่าสิ่งที่เรามองไม่เห็นนั้นมีจริงก็เป็นเพราะความคิดที่คิดขึ้นมาเอง
แต่สิ่งลี้ลับนั้นสามารถพิสูจน์ได้และไม่สามารถพิสูจน์ได้ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของแต่ละบุคคล โดยความคิดของมนุษย์แต่ละคนมีความคิดที่แตกต่างกัน ในความคิดของมนุษย์ว่าสิ่งลี้ลับคือสิ่งที่เรามองไม่เห็นแต่สามารถรับรู้ได้ว่ามีอยู่จริง
แต่ความเชื่อสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกๆสถานการณ์ ทุกที่และทุกเวลา ดังนั้นความเชื่อที่เกี่ยวกับสิ่งลี้ลับคือสิ่งที่มองไม่เห็น และเกี่ยวข้องกันเกิดพร้อมกัน โดยความคิดของมนุษย์ และใช้ความเชื่อเป็นตัวชี้และกำหนดขึ้นมา ว่าสิ่งที่มองไม่เห็นมีอยู่จริง
ระบบความเชื่อย่อมรวมถึงศาสนา
และความเชื่อในลัทธิต่างๆ
ศาสนาในความหนาแน่นต่างๆคือการบวงสรวงการบูชาหรือการสร้างสัมพันธภาพอันดีงาม
ระหว่างมนุษย์กับอำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ซึ่งมนุษย์เชื่อว่าสามารถควบคุมหรือ
มีอิทธิพลเหนือธรรมชาติ และวิธีทางพระพุทธศาสนาของมนุษย์ตามทัศนะคติในความสัมพันธภาพทางสังคมออกไปสู่ความสำคัญกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เหนือมนุษย์และธรรมชาติ ดังนั้นศาสนาและความเชื่อทางศาสนาจึงเป็นสิ่งสากลที่เราพบเห็นได้ในทุกสังคมตลอดมา ทุกยุคทุกสมัย
ศาสนาและความเชื่อถือกำเนิดจากความกลัว
ความต้องการอยากรู้อยากทดลองและความสงสัยในปรากฏการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น
รอบตัวของมนุษย์
ในสมัยโบราณมนุษย์ดำเนินชีวิตในท่างกลางปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่มนุษย์สามารถเข้าใจได้ ว่าเป็นความมืด ความสว่าง
ความร้อน ความหนาว ภายุ
ฟ้าร้อง ฟ้าผ่า และการเกิด
แก่ เจ็บ ตาย
ที่ทำให้เกิดความกลัว
และเชื่อกันว่ามีสิ่งมีศักดิ์สิทธ์ที่มีอำนาจลี้ลับอยู่เหนือปรากฏการณ์เหล่านี้ซึ่งสามารถบรรดาคุณโทษแก่คนเราได้ ดังนั้นมนุษย์จึงต้องหาวิธี
การอ้อนวอนเอาใจหรือต่อรองกับอำนาจสิ่งลี้ลับด้วยการบูชา
http://www.everythaistudent.com/a/205divine.html
อย่างเช่นในหนังสือแม่นาคพระโขนงน้อยคนนักที่รู้จักตามที่เล่าขานกันมานาน
ด้วยความเคารพและศรัทธาในความรักของแม่นาค คุณน้อย
โพธ์งาม
เป็นคนที่นับถือย่านาคเป็นอย่างมากเขาบอกว่าครั้งหนึ่งเจอปัญหากับชีวิตอย่างมากเพราะติดการพนันเล่นบอลเป็นอย่างมาก สามีก็ต้องมาเลิกกันอยู่มาวันหนึ่งก็เหมือนคนหมดที่พึ่งขับรถผ่านวัดเทพบุตร
อะไรดลบัลดาลใจก็ไม่รู้ได้แวะศาลเจ้านาคแล้วบอกว่าขอให้มีเงินมีทองใช้หนี้ใช้สินหน่อยนะย่า หลังจากนั้นกำลังขึ้นรถก็มีคนขาย
ล็อตเตอร์รี่มาขายพอดี
คะยั้นคะยอให้เอาให้เอาก็เลยซื่อเอาไว้
หลังจากนั้นผลออกมาปรากฏว่าถูกรางวัลที่2ได้ไปนำเงินมาใช้หนี้หลังจากนั้นก็ฝากตัวเป็นลูกหลานท่านในความเฮียนของย่านาคพระโขนง
สิ่งลี้ลับที่เกิดขึ้นจากความเชื่อจึงกลายเป็นสิ่งที่มนุษย์นับถือและสิ่งที่เชื่อถึงจะไม่มีอยู่จริง แต่ทำให้จิตใจของมนุษย์มีกำลังใจ
และสงบเหมือนการที่เราได้เข้าวัดทำบุญก็ทำให้โล่งใจ สบายกายสบายใจมีความสุขในการทำบุญ นอกจากนี้การที่มนุษย์คิดว่ามีบางอย่างอยู่รอบตัวเราอยู่ตลอดเวลา
หรือสิ่งนั้นคือสิ่งลี้ลับแต่เป็นบรรพบุรุษของเราที่มาคอยปกป้องคุ้มครอง ดูแลรักษาและบางครั้งความเชื่อก็ทำไห้เรามีความทุกข์ใจดังนั้นเราจึงเชื่อในสิ่งที่สมควรเชื่อและสามารถเชื่อได้และควรเชื่อในสิ่งที่ทำให้เรามีความสุขมากกว่าความทุกข์ ชีวิตของคนเราไม่มีใครสามมารถกำหนดได้นอกจากการกระทำของตัวเราเอง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น