วันพุธที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ความเชื่อกับสิ่งลี้ลับ

                         ในอดีตมนุษย์เรามีความเชื่อในเรื่องต่างๆ            ความเชื่อที่เกี่ยวกับไสยศาสตร์    ความเชื่อที่เกี่ยวกับภูมิปัญญาของชาวบ้าน    รวมถึงความเชื่อเรื่องลี้ลับและสิ่งที่เรามองไม่เห็นความเชื่อเหล่านี้อยู่คู่กับมนุษย์เรามาช้านานตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน    จนเป็นเสมือนสิ่งลี้ลับที่สืบทอดกันมาช้านาน  จากรุ่นสู่รุ่น    และความเชื่อก็สามารถทำให้เกิดสิ่งต่างๆมากมาย   รวมถึงพิธีกรรมหรือวัฒนธรรมวันสำคัญต่างๆ     นอกจากนี้ความเชื่อของมนุษย์ยังเกี่ยวโยงกับศาสนาและวัฒนธรรมของมนุษย์       และความเชื่อที่มนุษย์ปักใจเชื่อมักไม่ใช่ความจริงเสมอไป 
                                                                 http://horoscope.sanook.com/archive/magic/story/latest/all/page/0/
                         ความเชื่อกับสิ่งลี้ลับเกิดขึ้นพร้อมกันโดยความใช้คิดของมนุษย์เป็นหลัก        เมื่อเราคิดว่าสิ่งที่เรามองไม่เห็นนั้นมีจริงก็เป็นเพราะความคิดที่คิดขึ้นมาเอง   แต่สิ่งลี้ลับนั้นสามารถพิสูจน์ได้และไม่สามารถพิสูจน์ได้    ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของแต่ละบุคคล   โดยความคิดของมนุษย์แต่ละคนมีความคิดที่แตกต่างกัน   ในความคิดของมนุษย์ว่าสิ่งลี้ลับคือสิ่งที่เรามองไม่เห็นแต่สามารถรับรู้ได้ว่ามีอยู่จริง    แต่ความเชื่อสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกๆสถานการณ์   ทุกที่และทุกเวลา   ดังนั้นความเชื่อที่เกี่ยวกับสิ่งลี้ลับคือสิ่งที่มองไม่เห็น  และเกี่ยวข้องกันเกิดพร้อมกัน  โดยความคิดของมนุษย์    และใช้ความเชื่อเป็นตัวชี้และกำหนดขึ้นมา  ว่าสิ่งที่มองไม่เห็นมีอยู่จริง
                         ระบบความเชื่อย่อมรวมถึงศาสนา    และความเชื่อในลัทธิต่างๆ  ศาสนาในความหนาแน่นต่างๆคือการบวงสรวงการบูชาหรือการสร้างสัมพันธภาพอันดีงาม   ระหว่างมนุษย์กับอำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย    ซึ่งมนุษย์เชื่อว่าสามารถควบคุมหรือ มีอิทธิพลเหนือธรรมชาติ   และวิธีทางพระพุทธศาสนาของมนุษย์ตามทัศนะคติในความสัมพันธภาพทางสังคมออกไปสู่ความสำคัญกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์   เหนือมนุษย์และธรรมชาติ   ดังนั้นศาสนาและความเชื่อทางศาสนาจึงเป็นสิ่งสากลที่เราพบเห็นได้ในทุกสังคมตลอดมา   ทุกยุคทุกสมัย 
                         ศาสนาและความเชื่อถือกำเนิดจากความกลัว   ความต้องการอยากรู้อยากทดลองและความสงสัยในปรากฏการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น รอบตัวของมนุษย์   ในสมัยโบราณมนุษย์ดำเนินชีวิตในท่างกลางปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่มนุษย์สามารถเข้าใจได้     ว่าเป็นความมืด  ความสว่าง  ความร้อน  ความหนาว  ภายุ   ฟ้าร้อง  ฟ้าผ่า  และการเกิด  แก่  เจ็บ  ตาย  ที่ทำให้เกิดความกลัว   และเชื่อกันว่ามีสิ่งมีศักดิ์สิทธ์ที่มีอำนาจลี้ลับอยู่เหนือปรากฏการณ์เหล่านี้ซึ่งสามารถบรรดาคุณโทษแก่คนเราได้  ดังนั้นมนุษย์จึงต้องหาวิธี  การอ้อนวอนเอาใจหรือต่อรองกับอำนาจสิ่งลี้ลับด้วยการบูชา
                                                                                                http://www.everythaistudent.com/a/205divine.html
                         อย่างเช่นในหนังสือแม่นาคพระโขนงน้อยคนนักที่รู้จักตามที่เล่าขานกันมานาน    ด้วยความเคารพและศรัทธาในความรักของแม่นาค    คุณน้อย   โพธ์งาม  เป็นคนที่นับถือย่านาคเป็นอย่างมากเขาบอกว่าครั้งหนึ่งเจอปัญหากับชีวิตอย่างมากเพราะติดการพนันเล่นบอลเป็นอย่างมาก    สามีก็ต้องมาเลิกกันอยู่มาวันหนึ่งก็เหมือนคนหมดที่พึ่งขับรถผ่านวัดเทพบุตร    อะไรดลบัลดาลใจก็ไม่รู้ได้แวะศาลเจ้านาคแล้วบอกว่าขอให้มีเงินมีทองใช้หนี้ใช้สินหน่อยนะย่า   หลังจากนั้นกำลังขึ้นรถก็มีคนขาย ล็อตเตอร์รี่มาขายพอดี   คะยั้นคะยอให้เอาให้เอาก็เลยซื่อเอาไว้    หลังจากนั้นผลออกมาปรากฏว่าถูกรางวัลที่2ได้ไปนำเงินมาใช้หนี้หลังจากนั้นก็ฝากตัวเป็นลูกหลานท่านในความเฮียนของย่านาคพระโขนง
                        
                         สิ่งลี้ลับที่เกิดขึ้นจากความเชื่อจึงกลายเป็นสิ่งที่มนุษย์นับถือและสิ่งที่เชื่อถึงจะไม่มีอยู่จริง     แต่ทำให้จิตใจของมนุษย์มีกำลังใจ    และสงบเหมือนการที่เราได้เข้าวัดทำบุญก็ทำให้โล่งใจ   สบายกายสบายใจมีความสุขในการทำบุญ    นอกจากนี้การที่มนุษย์คิดว่ามีบางอย่างอยู่รอบตัวเราอยู่ตลอดเวลา หรือสิ่งนั้นคือสิ่งลี้ลับแต่เป็นบรรพบุรุษของเราที่มาคอยปกป้องคุ้มครอง  ดูแลรักษาและบางครั้งความเชื่อก็ทำไห้เรามีความทุกข์ใจดังนั้นเราจึงเชื่อในสิ่งที่สมควรเชื่อและสามารถเชื่อได้และควรเชื่อในสิ่งที่ทำให้เรามีความสุขมากกว่าความทุกข์    ชีวิตของคนเราไม่มีใครสามมารถกำหนดได้นอกจากการกระทำของตัวเราเอง
                                                                                                        น.ส.พัณณิตา  คงแสง  เลขที่ 28

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น