วันพฤหัสบดีที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ดอกไม้ใต้ทะเล

1.ลักษณะของแนวปะการังอิริโอโมเตะ
                เป็นแนวปะการังที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศญี่ปุ่น  เป็นแนวปะการังที่มีความยาว  20  กิโลเมตร  ความกว้าง  15  กิโลเมตร  แนวปะการังแห่งนี้เป็นบ้านของสัตว์น้ำแนวปะรัง
มากกว่า  3,400  ชนิด
2.การอยู่อาศัยในทะเลของหญ้าทะเล
หญ้าทะเลเป็นไม้ดอกเพียงชนิดเดียวที่อาศัยอยู่ใต้ท้องทะเลหญ้าทะเล ถูกขนานนามว่า  “วิศวกรผู้สร้างระบบนิเวศ”  เพราะหญ้าทะเลมีส่วนในการสร้างถิ่นอาศัยของตนเอง  ใบช่วยลดความเร็วของกระแสน้ำ  ทำให้มีการตกตะกอนมากขึ้น  ส่วนรากและลำต้นก็จะช่วยยึดพื้นทรายเอาไว้
                หญ้าทะเลจะเก็บออกซิเจน  ที่เกิดขึ้นจากการสังเคราะห์ด้วยแสง  ไว้ในช่องว่างภายในใบ   ช่วยในต้นตั้งตรงและใบอยู่ใกล้ผิวน้ำและดวงอาทิตย์  ทำให้มีพื้นที่ในการสังเคราะห์ด้วยแสงเพิ่มมากชึ้น
                เมื่อจมอยู่ใต้น้ำ  น้ำทะเลจะผ่านเข้าไปในใบ  และทำให้เซลล์ตายนั้นเป็นสาตูให้หญ้าทะเลต้องปิดรูปากใบ  และกำจัดคิวติน  ซี่งหมายความว่า  หญ้าทะเลจะดูดอากาศและสารอาหารจากน้ำทะเลที่อยู่รอบๆ  ได้โดยตรง 
3.  ชนิดของหญ้าทะเลและการแพร่กระจาย
                หญ้าทะเลเป็นพืชทะเลที่มีดอก  จะอยู่ในวงศ์พืชที่มีควานสัมพันธ์กับพืชน้ำส่วนใหญ่ของสกุลและชนิดของหญ้าทะเลจะกระจัดกระจายอย่างแน่นอนในเขตร้อนบางชนิดขึ้นอยู่ในเขตอบอุ่น
4.  ระบบนิเวศหญ้าทะเล
                บทบาทที่สำคัญที่สุดของหญ้าทะเลนระบบนิเวศ  คือ  การเป็นผู้ผลิต  ( producer )  ในห่วงโซ่อาหารส่วนต่างๆ  ของหญ้าทะเลโดยเฉพาะใบของหญ้าทะเลซึ่งจะเน่าเปื่อยหลังจากตายลง  ซากที่สลายตัวลงเรียกว่า  “ดีไทรทัส”  แผลผลิตที่ได้จากกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง  หญ้าทะเลจะปล่อยอินทรีย์สารที่สลายน้ำได้สู่มวลน้ำ  และถูกถ่ยทอดออกไปยังนอกชายฝั่งซึ่งเป็ส่วนหนึ่งที่สำคัญต่อการหมุนเวียนของคาร์บอนในแหล่งน้ำ  โดยจะเป็นอาหารของแพลงค์ตอน  พืชและสัตว์ต่อไป  ปลาบางชนิด  หอย  เม่น  และหอยฝาเดียวบางชนิด  จะแทะเล็มฆญ้าทะเลเป็นอาหาร   สัตว์เหล่านี้บางทีไม่ได้ย่อยเซลล์ลูโลส  แต่มันจะดูดซึมเซลล์ที่อยู่ในใบหญ้าทะเล  หรือสาหร่ายที่เกาะอยู่ตามผิวในเท่านั้น  สัตว์ใหญ่ที่กินหญ้าทะเลดดยตรง  ได้แก่  เต่าทะเล  พะยูน  และนกเป็ดน้ำ  เป็นต้น
5.  การขยายพันธุ์ของหญ้าทะเล
                ฤดูใบไม้ผลิ  เป็นช่วงที่ไม้ดอกขยายพันธุ์   เมื่อน้ำทะเลลดลงดอกตัวเมียจะอยู่ใกล้ผิวน้ำ  มากขึ้น  และทันทีที่สัมผัสอากาศ  กลีบสีเหลืองก็จะผลิบาน  ในขณะเดียวกันพืชจะปล่อยสารเคมีทำให้เซลล์ในใยเชื่อมตาดอกของเกษรตัวผู้  และลำต้นอ่อนแอลง  ในที่สุดฟองอากาศก็สร้างแรงดันได้มากพอก็ดันเส้นใยให้ขาดจากกัน  ดอกตัวผู้จะพุ่งขึ้นสู่ผิวน้ำโดยจะใช้ลมเป็นตัวกลาง  โดยที่เกษรตัวผู้จะถูกพัด  ดอกตัวเมียจะเอนไปด้านหลัง  เหมือนกับการรอรับ  เพื่อรอรับดอกตัวผู้เข้าไป  และมีเกษรตัวผู้มากมาย  เคลื่อนเข้าไปหา
จากนั้นก็ค่อยๆ  จมลงไปในน้ำและตอนนี้ละอองเกษรผสมกับไข่ของเกษรตัวเมีย  อีกไม่นาน  ก็จะมีเมล็ดเกิดขึ้นในดอกตัวเมีย  ผลที่โตจนมีขนาดเท่าลูกท้อ  จะมีเมล็ดอยู่ประมาณ  10  เมล็ด
                ในที่สุดผลของหญ้าทะเลก็จะแตก   และหว่านเมล็ดไปขยายอาณาเขตของทุ่งหญ้าทะเลต่อไป  เกษรตัวผู้ที่ไม่ได้ติดไปกับดอกตัวเมียที่จมลงน้ำไป  ดอกสีขาวถูกซัดไปติดชายฝั่ง   หญ้าทะเลเป็นตัวเอกที่ไม่โด่งดังรายหนึ่ง  ในโลกธรรมชาติ  และเป็นเพียงไม้ดอกที่ทิ้งถิ่นฐานบนดิน  ไปอาศัยอยู่ใต้ทะเล
6.  ประโยชน์ของหญ้าทะเล
                แล่งหญ้าทะเลเป็นที่อยู่อาศัยและที่หาอาหารเพื่อการเจริญเติบโตของ  กุ้ง  หอย  ปู  ปลานานาชนิดที่มีคุณค่าทางด้านเศรษฐกิจ  และมีคุณค่าต่อความสมดุลของระบบนิเวศ  ขณะเดียวกันยังเป็นแหล่งหลบภัยศัตรู  จากผู้ล่า  ดังนั้น  จึงเป็นแหล่งที่เหมาะสมสำหรับการวางไข่  การอนุบาลของสัตว์ทะเลวัยอ่อน  แหล่งหญ้าทะเลจึงเป็นแหล่งหญ้าทะเลทำการประมงชายฝั่งที่สำคัญประโยชน์ของแหล่งหญ้าทะเลทางเศรษฐกิจ  โดยตรงด้านอื่นๆ  นอกจากการประมงแล้ว  อาจจะมีอยู่อย่างจำกัด
                ประโยชน์ทางอ้อมของหญ้าทะเลที่สำคัญ  อีกอย่างก็คือ  การเป็นเสมือนกำแพงชะลอคสามรุนแรงของกระแสน้ำ  ที่พัดเข้าสู่ชายฝั่ง  ทำให้อัตราการพังทลายของชายฝั่งลดลง  แต่ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์ทะเลในบริเวณแหล่งหญ้าทะเล  และด้วยทำเลที่แหล่งหญ้าทะเล  มักเกิดอยู่ใกล้ชายฝั่ง  จึงส่งผลให้แหล่งหญ้าทะเลถูกรบกวนและทำลายได้โดยง่าย  การทำการประมงที่ไม่ถูกวิธี
บรรณานุกรม


กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง.การพน่กระจายพันธุ์ของหญ้าทะเล.[ออนไลน์]:เข้าได้จาก:http://www.dmer.go.th. (วันที่ค้นข้อมูล พฤศจิกายน  2556)
หญ้าทะเล.[ออนไลน์]:เข้าได้จาก:http.www.OHOZAA.com.(วันที่ค้นข้อมูล พฤศจิกายน  2556)

Snook.หญ้าทะเล.[ออนไลน์]:เข้าได้จาก:http//guru.snook.com/pedia/topic.(วันที่ค้นข้อมูล  8  พฤศจิกายน ,2556)
                                                                                                                                                                น.ส. อริสรา งามขึม  เลขที่ 37
                                                  

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น